จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ขั้นตอนการติดตั้ง Program NOD 32 Antivirus



ขั้นตอนการติดตั้ง Program NOD 32 Antivirus
                ในการลง Program Antivirus  แบ่งออกเป็น 2 ช่องทางดังนี้
1.             การลงผ่าน CD  โดยมีขั้นตอนดังนี้
ให้ใส่แผ่น CD และคลิกไปที่ไดรฟ์ CD จะปรากฏรูปดังนี้


ให้ทำการดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ Nod32  โปรแกรมก็จะทำการติดตั้งโปรแกรม Nod32 ให้เมื่อติดตั้งเสร็จจะมีเมนูบาร์ดังรูป


เป็นการเสร็จวิธีติดตั้ง
วิธีที่ 2 เป็นการดาวโหลดผ่าน web กรมโรงงานงาน  http://www/diw/index.asp  เมื่อเข้า เว็ปกรมแล้วให้ไปคลิกที่รูปโลโก้จะปรากฏหน้าต่างดังนี้





                                                    







 ให้ท่านนำเม้าส์ไปคลิกที่ คู่มือปฏิบัติงาน                 จะมีคู่มือตามหัวข้อมต่าง ๆ ให้ท่านเลือกหัวข้อ                                                            ให้ท่านคลิก Download จะเป็นทางเลือกอีกหนึ่งวิธีในการติงตั้งโปรแกรมฆ่าไวรัส พอติดตั้งเสร็จให้ท่าน รีสตาร์เครื่อง 1 ครั้ง

ขั้นตอนที่ 2 เป็นการ Update   ให้คลิกที่                                          
-                   เมื่อเข้าหน้าต่างโปรแกรมแล้ว ให้คลิกที่เมนู Update ด้านซ้ายมือ และคลิกที่ Update virus
signature database สำหรับอัพเดตฐานข้อมูล ในหน้าต่างนี้เราสามารถที่จะดูว่า ฐานข้อมูลไวรัสของเราเป็นปัจจุบันหรือไม่ โดยดูที่ Version of virus signature database: 3961 (เวอร์ชั่น) 20081214 (วันที่ฐานข้อมูลไวรัสล่าสุด)
3. โปรแกรมเริ่มการอัพเดตไวรัส ซึ่งขั้นตอนนี้ คอมพิวเตอร์ผู้ใช้งานต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตด้วย
ทำจนครบ 100% ฐานข้อมูลของไวรัสจะเปลี่ยนเป็น ณ วันที่เราอัปเดต
วิธีการสแกนไวรัส สามารถทำได้ 2 วิธี
1. เข้าโปรแกรม Eset NOD32 และเลือกแถบ Computer Scan แล้วเลือก Custom scan

2. ติ๊กถูก หน้าไดร์ฟที่ต้องการสแกน แล้วกดปุ่ม Scan
3. โปรแกรมแสดงสถานการณ์สแกนไวรัส รอจนเสร็จ


วิธีที่ 2 เลือกแบบ Standard Scan จะเป็นการแสกนทุกไดร์ฟ








รอจนเครื่องแสกนจนครบ 100%

ขั้นที่ 3 เป็นการ Setup ตัว Peronal firewall  เพื่อให้สามารถแชร์เครื่องพิมพ์ได้















ให้ไปคลิกที่ Peronal firewall  จะปรากฏหน้าต่างดังนี้










นำเม้าส์ไปคลิกที่ Advanecd Peronal firewall  setup จะปรากฎหน้าต่างดังนี้



ให้นำเม้าส์ไปคลิกที่  Rules and zones  จะปรากฏหน้าต่างดังนี้











ให้นำเม้าส์ไปคลิกที่ Setup  จะปรากฏจะปรากฎหน้าต่างดังนี้






ให้นำเม้าส์ไปคลิกที่ Allow sharing  แล้วคลิก OK  ก็จะแชร์เครื่องพิมพ์ได้ หน้าต่างดังนี้







แล้ววันที่ 22 สิงหาคม 2552 เรามาแสกนไวรัสกันนะค่ะ จบขั้นตอนการติดตั้ง

สอนวิธีการลง Windows 7

สอนวิธีการลง Windows 7

windows7_logo

วิธีการลง windows 7

กลับมาพบกันอีกแล้วนะครับ วันนี้เราจะเสนอบทความ สอนการติดตั้ง windows7
ซึ่งวิธีการลงนั้นง่ายมากเลยนะครับ ง่ายกว่าปลอกกล้วยเข้าปากอีกครับ ผมจะสอนให้คุณสามารถลง windows7 โดยไม่ต้องไปพึ่งช่างคอมพิวเตอร์อีกเลย

Windows 7: System Requirements

If you want to run Windows 7 on your PC, here's what it takes:

  • 1 gigahertz (GHz) or faster 32-bit (x86) or 64-bit (x64) processor
  • 1 gigabyte (GB) RAM (32-bit) or 2 GB RAM (64-bit)
  • 16 GB available hard disk space (32-bit) or 20 GB (64-bit)
  • DirectX 9 graphics device with WDDM 1.0 or higher driver
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. แผ่น windows 7 ตาม Edition ของท่าน
2. คอมพิวเตอร์ PC / Notebook
3. USB ถ้าหากต้องการ Load driver บางตัวสำหรับ Harddisk


วิธีการลงWindows 7 ดังนี้ครับ

1. ใส่แผ่น Windows7 ลงใน CD-Rom จากนั้นทำการ Boot Computer
เมื่อเห็นข้อความดังกล่าวดังรูป ให้กด Enter 1ครั้งเพื่อเป็นการเข้าสู้หน้าต่างของการลง Windows7
** ในการปรับให้ให้ Bios นั้น Boots จากแผ่้นเป็นอันดับแรก
-โดยส่วนมาก PC จะกด del / . เข้าไปทำการเซ็ตค่า
- Notebook ส่วนมากจะกด F2 หรือให้สังเกตุดีๆตอนที่คอมพิวเตอร์Boot มันจะบอกอยู่
-แต่ถ้าเราต้องการกดใช้ Boot menu เลย ทั้ง Notebook / pc ส่วนมากจะกด F12 , F10 ครับ
13

2. ให้เราทำการเลือกดังภาพ
Language to install : English
Time : Thai(Thailand)
Keyboard : US ให้เลือกเป็น US ก่อน
Windows7_1

3. จากนั้นให้ทำการกด Install now
Windows7_2

4. ให้เราเลือก OS ที่เราต้องการลง โดยจะ มีทั้ง x86(32bit) , x64(64bit) แนะนำว่าผู้ใช้ทั่วไปควรลง x86 และกด Next
Windows7_3

5. ยอมรับเงื่อนไข Lincene ของ windows 7
- ให้เราทำการ ติ๊ก(√) I accept the license > Next
Windows7_4

6. เมื่อผู้อ่านลง Windows 7 ใหม่หรือลงครั้งแรกจากการซื้อคอมพิวเตอร์ ก็ให้เลือก Custom(advanced)
Windows7_5

7. ขั้นตอนนี้เราเราเลือก Drive ที่จะลง OS Windows7 ส่วนมาก จะลงใน Disk 0 นะครับ ก็คือ Drive C: ของ windows เรานั้นเอง อย่าลง ผิด Drive นะครับดูดีๆ
Update 17/03/2012 ส่วนมากเวลาเราลง Windows 7 เราต้องรู้ว่า Partition ไหนเป็นของ Drive C สำหรับคนที่เคยลง Windows แล้วจะรู้ดีึครับ
ส่วนมากจะเป็น Disk0 Partition 1 หรือ 2 ก็ว่ากันไป ดูดีๆครับ
อย่าง ในรูปตัวอย่าง Disk 0 Patition 1 : system Reserved  << อันนี้เป็น Partition ของระบบ  บางคอมพิวเตอร์อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้นะครับ
ซึ่งผมก็รู้เลยว่า
Disk 0 Patition 2 เป็น Drive C แน่ๆ ผมก็ลง Windows 7 อันนี้แหละครับ
สำหรับคนที่เพิ่งซื้อคอมพิวเตอร์มาก็ให้สร้าง Partition ใหม่ก่อนนะครับ ถึงจะสามารถลงได้
โดยปกติผมจะให้ Drive C ประมาณ 100 GB ครับ
Windows7_6
************
สำคัญ แต่สำหรับคนที่เคยลง windows 7 แล้ว หรือลง windows ตัวอื่นแล้วจะมาลง Windows 7 ใหม่ให้ทำขั้นตอนนี้ด้วยนะครับ
ให้ไปที่ Drive options (advanced)
windows7_15
จาก นั้นให้เราเลือก Drive ที่เราเคยลง OS มาก่อน จากนั้นก็เลือก format ก่อนครับ จากนั้นก็เลือก Drive ที่เราจะลง OS จากนั้นก็กด Next


windows7_16


8. ขั้นตอนนี้ให้เรารอเวลาใน Install windows 7
Windows7_7

9. หลังจากนั้นให้เราใส่ชื่อ ผู้ใช้ อาทิเช่น ITITHAI จากนั้นก็กด Next
Windows7_8

10. Windows จะให้เราใส่ Password ในการ Login แต่ถ้าเราไม่ต้องการใส่ก็ให้ข้ามขั้นตอนนี้ไปเลยครับ
Windows7_9

11. ขั้นตอนนี้ให้เราใส่ Product key ซึ่ง Product key จะอยู่ที่กล่อง ที่เราทำการซื้อ Windows 7 มาครับ
Windows7_10

12. ขั้นตอนนี้ให้เราเลือก Use recommended Setting เพื่อเป็นการ Update Patch windows ต่างๆ
Windows7_11

13. ให้เราเลือกเวลา Time Zone : UTC+07.00 Bangkok,Hanoi,Jakarta
windows7_12

14. ในหัวข้อนี้ถ้าเรายังไม่แน่ใจ ให้เราเลือก Public network (ตามที่Microsoft แนะนำ)
Windows7_14

15. จากนั้นเราก็จะได้ Window7 ที่หน้าตาที่สวยงาม ดังภาพ ครับ โชคดีในการลงนะครับ
windows7-13

16. ก็เป็นเสร็จสิ้นในการลง Windows 7 แล้ว เป็นไงละครับ ง่ายไหมครับ กับการลง Windows 7
แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้านะครับ ราตรีสวัสดิ์ พี่น้อง แห่งสยามประเทศ

วงจรขยายสัญญาณ

ร้างวงจรขยายสัญญาณ

All Articles >> Circuit Designed >> - สร้างวงจรขยายสัญญาณ

วิเคราะห์-ออกแบบ-ทดสอบ-สร้างวงจรขยายสัญญาณ ก่อนนำไปใช้งานจริง ( ตอนที่ 1 )



ถ้าจะกล่าวถึงวงจรขยายสัญญาณในปัจจุบันนั้น คงจะบอกได้ว่ามีมากมายหลายแบบมากเลยครับ โดยในแต่ละวงจรก็มีการนำอุปกรณ์ที่แตกต่างกันออกไปมาทำการสร้างเป็นวงจรขยาย สัญญาณ แต่ในบทความนี้จะขอกล่าวถึงวงจรขยายสัญญาณที่สร้างด้วยออปแอมป์ ซึ่งจะขอกล่าวถึงพื้นฐานของวงจรขยายสัญญาณที่ควรจะรู้ไว้ในอันดับแรกก่อนนะ ครับ ว่าเราจะมีวิธีการวิเคราะห์วงจรอย่างไร การออกแบบวงจรอย่างไร การทดสอบผลของวงจรอย่างไร ก่อนที่เราจะนำวงจรที่ได้ออกแบบแล้วนี้ไปสร้างเพื่อใช้งานจริงได้ต่อไป และที่สำคัญก็คงจะทำให้ผู้ที่ได้อ่านบทความนี้ได้เห็นถึงการทำงานของวงจรและ เข้าใจมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอนครับ
ก่อนอื่นเราก็มาดูในส่วนของอุปกรณ์ที่เราจะนำมาใช้ในวงจรขยายสัญญาณในบทความ นี้กันก่อนนะครับ นั้นก็คือ ออปแอมป์ (OP-AMP) ซึ่งในการที่จะนำมาใช้งานในวงจรขยายสัญญาณก็มีความสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน เป็นอย่างมาก ด้วยการที่มีลักษณะเป็นไอซีสำเร็จรูปนั้นเองครับ และถ้าพูดถึงราคาแล้ว ก็บอกได้ว่าราคาก็ถูกด้วยครับ โดยในปัจจุบันมีการนำมาประยุกต์ใช้งานกันอย่างแพร่หลายเป็นอย่างมากเลยครับ
คุณสมบัติของออปแอมป์ ถ้ากล่าวแบบสรุปๆ ก็คือ ออปแอมป์นั้นเป็นวงจรขยายสัญญาณที่อยู่ในรูปของตัวไอซี โดยจะมีอยู่ 2 แบบ คือ ออปแอมป์แบบ 8 ขา และ 14 ขา ซึ่งจะมีลักษณะเป็นโลหะและจะเป็นแบบพลาสติก โดยจะมีการจัดวางขาเป็นแบบ (Dual In-Line Package :DIP) ซึ่งภายในตัวโครงสร้างของออปแอมป์นั้นจะมีส่วนประกอบที่สำคัญ 3 ส่วนก็คือ 1.ส่วนของสัญญาณเข้า (Differential) 2.ส่วนของการขยายสัญญาณ (Amplifier) 3.ส่วนของสัญญาณออก (Output) ดังแสดงในรูปที่ 1


รูปที่ 1 โครงสร้างพื้นฐานของออปแอมป์

จากรูปที่ 1 ถ้าเราจะทำการพิจารณาดูในแต่ละส่วนก็สามารถที่จะกล่าวได้ดังนี้คือ ในส่วนของอินพุท หรือที่เรียกว่า Differential นั้นจะมีลักษณะเป็นวงจรขยายสัญญาณผลต่าง ซึ่งถ้าดูในส่วนของอัตราการขยายสัญญาณอินพุทจะพบว่ามีอัตราการขยายที่สูง แต่ในทางกลับกันในส่วนของอัตราขยายสัญญาณอินพุทร่วมจะมีค่าที่ต่ำ และในส่วนของอิมพีแดนซ์ขาเข้าของวงจรจะมีค่าที่สูงมาก ซึ่งโดยทั่วไปจะมีค่าประมาณ นั้นเองครับ
ในส่วนของการขยายสัญญาณ หรือที่เรียกว่า Amplifier นั้นก็จะทำหน้าที่ขยายสัญญาณทั้งแรงดันและกระแส เพื่อที่จะทำให้อัตราขยายโดยรวมนั้นมีค่าที่สูงขึ้นนั้นเอง
และในส่วนสุดท้ายก็คือสัญญาณออก หรือที่เรียกว่า Output ซึ่งในส่วนนี้ถ้าเรามาพิจารณาดูโครงสร้างของวงจรภายในก็จะทราบว่าจะเป็นวงจร ขยายสัญญาณแบบอีมิตเตอร์ร่วมนั้นเองครับ สาเหตุที่ต้องเป็นแบบนี้ก็เพื่อที่จะทำให้อิมพีแดนซ์ที่ขาออกของวงจรมีค่า ที่ต่ำนั้นเองครับ และเพื่อที่จะสามารถขับกระแสให้กับโหลดที่ต่อได้เพียงพอด้วยครับ เป็นอย่างไรบ้างครับพอที่จะทราบถึงหน้าที่การทำงานของแต่ละส่วนประกอบของออ ปแอมป์บ้างแล้วใช่ไหมครับ ทีนี้เรามาดูลักษณะของขาต่างๆ ของออปแอมป์กันบ้างนะครับ ว่าจะมีขาอะไรบ้าง ดังแสดงในรูปที่ 2


รูปที่ 2 ลักษณะของขาที่ใช้งานของออปแอมป์
1.) ขา และ โดยทั้งสองขานี้จะเป็นขาที่มีไว้เพื่อจ่ายไฟเลี้ยงให้กับออปแอมป์ ซึ่งปกติแล้วจะต้องจ่ายไฟเลี้ยงทั้งสองขาครับ ยกตัวอย่างเช่น เท่ากับ และ เท่ากับ เป็นต้นครับ ซึ่งในส่วนนี้นั้นก็คงจะต้องดูรายละเอียดของเบอร์ออปแอมป์ที่เราจะใช้งานนะ ครับว่าจะใช้ไฟเลี้ยงเท่าไร
2.) ขา Offset1 และ Offset2 โดยทั้งสองขานี้จะใช้ต่ออุปกรณ์เพื่อที่จะเป็นการป้องกันการเกิดออสซิเลตของออปแอมป์นั้นเองครับ
3.) ขา Output โดยจะเป็นขาสัญญาณออก ซึ่งโดยปกติแล้วค่าแรงดันเอาท์พุทที่ขานี้จะมีค่าสูงสุดไม่เกินค่าแรงดันไฟ ที่เราจ่ายให้กับออปแอมป์นะครับ และในส่วนของกระแสที่ได้จากเอาท์พุทนั้นจะมีค่าไม่เกิน
4.) ขา Inverting Input หรือที่เราเรียกว่า ขาอินพุทแบบกลับเฟส โดยจะเป็นขาอินพุทขาหนึ่งของออปแอมป์ ซึ่งถ้าเราทำการป้อนสัญญาณเข้าไปที่ขานี้ โดยทำการต่อขาอินพุทอีกขาหนึ่ง ที่เรียกว่าขา Non-Inverting Input นั้นต่อลงกราวด์แล้ว เราก็จะได้สัญญาณเอาท์พุทที่ออกมานั้นมีสัญญาณที่ต่างเฟสกันกับสัญญาณอินพุท เป็นมุม 180 องศา นั้นเองครับ
5.) ขา Non-Inverting Input หรือที่เราเรียกว่า ขาอินพุทแบบไม่กลับเฟส โดยจะเป็นขาอินพุทขาหนึ่งของออปแอมป์ ซึ่งถ้าเราทำการป้อนสัญญาณเข้าไปที่ขานี้ โดยทำการต่อขาอินพุทอีกขาหนึ่ง ที่เรียกว่าขา Inverting Input นั้นต่อลงกราวด์แล้ว เราก็จะได้สัญญาณเอาท์พุทที่ออกมานั้นมีสัญญาณที่อินเฟสกับสัญญาณอินพุท นั้นเองครับ

จากข้อมูลที่ได้กล่าวมาในตอนต้นก็พอที่จะสรุปได้ว่าในส่วนของคุณสมบัติที่สำคัญของออปแอมป์นั้น จะประกอบไปด้วยส่วนสำคัญๆ คือ
- ในส่วนของอัตราขยายแรงดันลูปเปิด หรือที่เราเรียกว่า Open Loop Voltage Gain : นั้นจะมีค่าที่สูงมากครับ โดยมีค่าเป็นอนันต์ (Infinite : )
- ในส่วนอินพุทอิมพีแดนซ์ หรือที่เราเรียกว่า Input Impedance : นั้นจะมีค่าที่สูงมาก โดยมีค่าเป็นอนันต์ (Infinite : )
- ในส่วนเอาท์พุทอิมพีแดนซ์ หรือที่เราเรียกว่า Output Impedance : นั้นจะมีค่าที่ต่ำมาก โดยมีค่าเป็นศูนย์
- ในส่วนของช่วงความถี่แบนด์วิดธ์ หรือที่เราเรียกว่า Bandwidth : นั้นจะมีค่าที่สูงมาก โดยมีค่าเป็นอนันต์ (Infinite : )
- และในส่วนของแรงดันอินพุทออฟเซต หรือที่เราเรียกว่า Offset Input Voltage : นั้นจะมีค่าที่ต่ำมาก โดยมีค่าเป็นศูนย์ **(แต่ในการนำไปใช้งานจริงอาจจะมีค่าไม่เป็นศูนย์นะครับ อันเนื่องมาจากโครงสร้างของออปแอมป์ครับ)**

เป็นอย่างไรบ้างครับกับคุณสมบัติที่สำคัญของออปแอมป์ ที่ได้กล่าวมานั้นถือว่าเป็นพื้นฐานที่เราควรจะทราบและจำเป็นอย่างยิ่งเลย ครับในการที่จะนำไปใช้งานในการออกแบบวงจรต่างๆ ที่เราจะนำออปแอมป์มาใช้งานครับ ดังนั้นเราก็มาดูในส่วนของคุณสมบัติที่สำคัญเมื่อเราจะนำออปแอมป์มาใช้ในการ ออกแบบวงจรขยายสัญญาณกันเลยนะครับ ว่าจะมีอะไรกันบ้าง โดยจะแบ่งออกได้เป็น 3 ข้อครับ คือ
1.) ค่าความแตกต่างแรงดันอินพุท หรือที่เรียกว่า Differential Input Voltage จะมีค่าเป็นศูนย์ อันเนื่องมาจากในเวลาที่ใช้งานนั้นค่าแรงดันเอาท์พุทของออปแอมป์จะมีค่าที่ แน่นอนอยู่ที่ค่าใดค่าหนึ่งและค่าของอัตราขยายลูปเปิดนั้นจะมีค่าที่สูงมาก เป็นอนันต์ (Infinite : ) ดังนั้นค่าแรงดันอินพุทจะมีค่าเท่ากับศูนย์ครับ
2.) ค่าของกระแสที่ไหลเข้าไปในขาอินพุทแต่ละขานั้นจะมีค่าประมาณศูนย์ อันเนื่องมาจากค่าอินพุทอิมพีแดนซ์ของออปแอมป์นั้นมีค่าที่สูงมาก มีค่าเป็นอนันต์ (Infinite : )
3.) และข้อสุดท้ายก็คือในขณะที่ออปแอมป์ต่อแบบลูปปิด หรือที่เรียกว่า Closed Loop ก็จะทำให้แรงดันที่ขาอินพุททั้งสองนั้นมีค่าเท่ากันนั้นเองครับ

ซึ่งในบทความนี้จะขอยกตัวอย่างออปแอมป์เบอร์ UA741 นะครับ เพื่อเป็นตัวอย่างในการดูค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญต่างๆ นะครับ ดังแสดงในตารางที่ 1 และกราฟคุณลักษณะของออปแอมป์และกราฟลักษณะของผลการตอบสนองทางความถี่ออ ปแอมป์ของเบอร์ UA741 ดังแสดงในรูปที่ 3 และรูปที่ 4 ก่อนที่จะไปดูในส่วนของวงจรขยายสัญญาณต่อไป

ตารางที่ 1 ค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของออปแอมป์ เพื่อนำมาใช้ศึกษาการทำงานของออปแอมป์ด้วยโปรแกรมพีสไปซ์
Download บทความ





รูปที่ 3 กราฟคุณลักษณะของออปแอมป์เบอร์ UA741


รูปที่ 4 กราฟลักษณะของผลการตอบสนองทางความถี่ออปแอมป์เบอร์ UA741

ทีนี้มาดูกันต่อเลยนะครับ ว่าเราจะนำตัวอุปกรณ์ออปแอมป์มาออกแบบวงจรขยายแบบใดได้บ้างมาดูกันเลยนะครับ โดยวงจรที่จะกล่าวถึงในบทความนี้ก็คือวงจรตามสัญญาณ หรือที่เรียกว่า Voltage Follower นะครับ

วงจรตามสัญญาณ (Voltage Follower)
วงจรตามสัญญาณแรงดันจะมีลักษณะการต่อวงจรดังรูปที่ 5 โดยจะเห็นว่าสัญญาณเอาท์พุท ที่ได้ออกมานั้นจะถูกป้อนกลับไปยังขา Inverting ทางด้านอินพุท ถ้าอัตราขยายการขยายลูปเปิด หรือที่เรียกว่า มีค่าเท่ากับ และแรงดันอินพุท ที่ป้อนมีค่าเท่ากับ ดังนั้นค่าของแรงดันเอาท์พุทก็จะเพิ่มขึ้นจนกระทั่งค่าของแรงดันที่จุด นั้นมีค่าเท่ากับ ซึ่งก็จะหมายความว่าค่าแรงดันทางเอาท์พุทจะมีค่าเท่ากับแรงดันทางอินพุท นั้นเองครับ โดยถ้าเราทำการวิเคราะห์วงจรดูก็จะเห็นได้ว่าในกรณีนี้นั้นค่าของ จะมีค่าเท่ากับ หรือก็คือ นั้นเอง โดยถ้านำค่านี้ไปเปรียบเทียบกับค่าของแรงดันอินพุทที่ป้อนเข้ามาแล้ว จะเห็นได้ว่ามีค่าที่แตกต่างกันมากเลยครับ ดังนั้นเราก็สามารถที่จะสรุปได้ว่าค่าของ นั้นจะมีค่าประมาณ


รูปที่ 5 วงจรตามสัญญาณแรงดัน (Voltage Follower)



รูปที่ 6 ลักษณะของวงจรสมมูลทางไฟฟ้าของวงจรตามสัญญาณแรงดัน (Voltage Follower)

ซึ่งเราสามารถที่จะวิเคราะห์วงจรได้ครับ โดยถ้าดูรูปที่ได้แสดงในรูปที่ 5 และรูปที่ 6 โดยถ้าเราอาศัยกฏของแรงดันของเคอร์ชอฟฟ์ (Kirchoff’ s voltage law) เราก็สามารถที่จะเขียนสมการได้ดังสมการที่ 1 นะครับ

Download บทความ………(1)
และจากคุณสมบัติของออปแอมป์ที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้น เราก็จะพบว่าค่าของแรงดันเอาท์พุท สามารถหาได้ดังสมการที่ 2 ครับ

Download บทความ………(2)

และจากสมการที่ 2 ถ้าเราพิจารณาดูเราก็จะพบว่าค่าของแรงดันที่จุด นั้นสามารถที่จะคำนวณหาค่าได้ดังสมการที่ 3 นะครับ

Download บทความ………(3)

และจากสมการที่ 3 ถ้าเรานำไปแทนในสมการที่ 1 เราก็จะได้เป็นสมการที่ 4 นะครับ

Download บทความ………(4)

โดยสมการที่ 4 ที่ได้มานั้น ถ้าเราทำการพิจารณาดูเราก็จะเห็นว่าค่าของอัตราขยายลูปเปิด หรือ นั้นจะมีค่าที่สูงมาก โดยจะมีค่าประมาณอนันต์ ( ) นั้นเองครับ นั้นก็หมายความว่าในส่วนของ ในสมการที่ 4 นั้น ก็จะมีค่าเป็นศูนย์นั้นเองครับ และก็สามารถเขียนสมการได้ดังสมการที่ 5 นั้นเองครับ

Download บทความ………(5)

หรือถ้าเราจะหาค่าอัตราขยายลูปปิด (Closed-Loop voltage gain : ) ก็จะหาค่าได้ครับ ดังสมการที่ 6 ครับ

Download บทความ………(6)

โดยถ้าพิจารณาดูจากวงจรและจากสมการที่ได้มานั้น ก็จะเห็นได้ว่าวงจรตามสัญญาณแรงดันนี้ถ้าเราทำการป้อนสัญญาณเข้าที่ขั้ว อินพุทไม่กลับเฟส เราก็จะได้สัญญาณเอาท์พุทที่มีขนาดและเฟสเหมือนกับสัญญาณอินพุททุกประการนะ ครับ ซึ่งคุณสมบัติก็จะคล้ายกับวงจรขยายสัญญาณแบบคอลเลคเตอร์ร่วมนั้นเองครับ ซึ่งเราจะเรียกว่า Common-Collector หรือ Emitter Follower และจากคุณสมบัติอิมพีแดนซ์ทางด้านอินพุทและทางด้านเอาท์พุทของตัวออปแอมป์ ที่ทำให้วงจรตามสัญญาณแรงดันนี้มีค่าอิมพีแดนซ์อินพุทสูงมากๆ และค่าอิมพีแดนซ์ทางด้านเอาท์พุทนั้นจะมีค่าที่ต่ำมากๆ ดังนั้นวงจรนี้จึงนิยมที่จะนำไปใช้ในการสร้างวงจรกันชน หรือที่เรียกว่าวงจรบัฟเฟอร์ (Buffer Stage) นั้นเองครับ ทีนี้เรามาดูผลการทดสอบวงจรกันบ้างนะครับ ดังแสดงในรูปที่ 7 และรูปที่ 8


รูปที่ 7 การทดสอบวงจรตามสัญญาณแรงดัน (Voltage Follower)

จากรูปที่ 7 จะเป็นการทดสอบวงจรตามสัญญาณแรงดัน (Voltage Follower) ซึ่งได้ทำการป้อนอินพุทมีค่าแรงดันเท่ากับ 2Vp-p และมีค่าความถี่เท่ากับ 1KHz และผลที่ได้ออกมาทางเอาท์พุทจากที่ได้ทำการทดสอบดังแสดงในรูปที่ 8 นั้นมีค่าแรงดันเท่ากับ 2Vp-p และมีค่าความถี่เท่ากับ 1KHz โดยเมื่อพิจารณาดูก็จะพบว่าสัญญาณเอาท์พุทนั้นมีขนาดและเฟสเหมือนกับสัญญาณ อินพุททุกประการดังที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้นนั้นเองครับ แต่นี้คือการทดสอบวงจรโดยใช้โปรแกรมทดสอบนะครับ


รูปที่ 8 ผลการทดสอบวงจรตามสัญญาณแรงดัน (Voltage Follower)
(รูปบนเป็นสัญญาณอินพุท-รูปล่างเป็นสัญญาณเอาท์พุท)

ทีนี้เรามาดูการทดสอบวงจรที่สร้างจากอุปกรณ์จริงกันบ้างนะครับ ดังแสดงในรูปที่ 9 ที่เป็นลักษณะของวงจรที่ทำการทดสอบการทำงานโดยต่อวงจรบน Prototype Board นะครับ


(ก)


(ข)
รูปที่ 9 ลักษณะของวงจรที่ทำการทดสอบการทำงาน โดยต่อวงจรบน Prototype Board

ผลการทดสอบวงจรก่อนนำไปใช้งานจริง


รูปที่ 10 การทดสอบการทำงานของวงจร


(ก)


(ข)
รูปที่ 11 การทดสอบการทำงานของวงจร
ซึ่งจากรูปที่ 10 เป็นการต่อวงจรเพื่อที่จะทดสอบการทำงานของวงจรจริงๆ นะครับ โดยผลที่ได้จากการทดสอบวงจรสัญญาณแรงดัน (Voltage Follower) นั้นได้แสดงไว้ในรูปที่ 11 และ รูปที่ 12 ซึ่งพบว่าเมื่อทำการป้อนแรงดันไฟเลี้ยงให้กับวงจร ที่แรงดันไฟตรงเท่ากับ +15 โวลต์และที่แรงดันไฟตรงเท่ากับ -15 โวลต์ โดยได้ทำการป้อนอินพุทมีค่าแรงดันเท่ากับ 2Vp-p และมีค่าความถี่เท่ากับ 1KHz และผลที่ได้ออกมาทางเอาท์พุทนั้นมีค่าแรงดันเท่ากับ 2Vp-p และมีค่าความถี่เท่ากับ 1KHz โดยเมื่อพิจารณาดูก็จะพบว่าสัญญาณเอาท์พุทนั้นมีขนาดและเฟสเหมือนกับสัญญาณ อินพุททุกประการครับ

รายการอุปกรณ์
อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ
IC1 …. ไอซีเบอร์ UA741 ….1 ตัว
เครื่องมือและอุปกรณ์อื่นๆ
เครื่องออสซิลโลสโคป ….1 เครื่อง
เครื่องกำเนิดสัญญาณความถี่ ….1 เครื่อง
แหล่งจ่ายไฟ +15Vdc, -15Vdc ….1 ชุด
สายไฟ, แผ่นวงจร ฯลฯ ….1 ชุด

เป็นอย่างไรบ้างครับพอที่จะเข้าใจถึงการวิเคราะห์ การออกแบบ การทดสอบ และการสร้างวงจรตามสัญญาณแรงดัน (Voltage Follower) นี้กันบ้างแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งได้แสดงแนวความคิดในการวิเคราะห์วงจร เพื่อให้เกิดความเข้าในวงจรให้มากขึ้นนะครับ พร้อมกันนั้นยังมีการทดสอบวงจร และการต่อวงจรเพื่อทำการทดสอบการทำงานโดยต่อวงจรบน Prototype Board ให้ดูด้วยนะครับ เพื่อบ้างคนอาจจะลองนำไปสร้างหรือลองศึกษาดูครับ และที่สำคัญยังมีการทดสอบการทำงานของวงจรให้ดูด้วยนะครับ โดยใช้เครื่องมือวัดทางอิเล็กทรอนิกส์ทดสอบให้ดูด้วย เพื่อเป็นการยืนยันว่าผลที่ได้นั้นถูกต้องตามที่ได้กล่าวไว้นั้นเองครับ